การจัดการงานขายโดยไม่ต้องติดตามผลซ้ำๆ คือแนวทางติดตามผลแบบขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ซึ่งขับเคลื่อนโดย ZaloTeam และผู้ช่วยเสมือน AI ช่วยให้ผู้จัดการสามารถติดตามประวัติการโต้ตอบทั้งหมด เวลาในการตอบกลับ และคุณภาพการให้คำปรึกษาของพนักงานบนแพลตฟอร์มกลาง แทนที่จะใช้การติดตามผลด้วยตนเอง ระบบรายงานของ ZaloTeam จะรวบรวมตัวชี้วัดประสิทธิภาพ (KPIs) โดยอัตโนมัติ แจ้งเตือนผู้จัดการเกี่ยวกับความเสี่ยง และเก็บรักษาบทสนทนา ช่วยให้ปฏิบัติการบริการลูกค้าดำเนินไปอย่าง “ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และแม่นยำขึ้น”
ZaloTeam คืออะไร? ทำไมธุรกิจจึงต้องการการจัดการด้วย ZaloTeam?
ZaloTeam คือโซลูชันการจัดการบัญชี Zalo ส่วนตัวแบบรวมศูนย์สำหรับธุรกิจ ช่วยให้พนักงานสามารถโต้ตอบกับลูกค้าโดยตรง ในขณะที่ผู้จัดการสามารถติดตามประวัติบทสนทนาทั้งหมดบนแพลตฟอร์มเดียว เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์ที่ช่วยให้ธุรกิจรักษาข้อมูลลูกค้า 100% ควบคุมคุณภาพการให้คำปรึกษา และเพิ่มประสิทธิภาพของทีมขายผ่านระบบรายงานข้อมูลแบบเรียลไทม์
ทำไมธุรกิจควรนำ ZaloTeam มาใช้ตั้งแต่วันนี้?
การอนุญาตให้พนักงานใช้บัญชี Zalo ส่วนตัวแยกกันสำหรับงานมักก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านการจัดการที่สำคัญ ZaloTeam แก้ไขปัญหานี้ผ่านข้อได้เปรียบหลักดังต่อไปนี้:
ปกป้องสินทรัพย์ข้อมูล: ระบบจะเก็บรักษาประวัติบทสนทนาทั้งหมดโดยอัตโนมัติ รวมถึงข้อความที่ถูกลบหรือเรียกคืน ธุรกิจไม่ต้องกังวลเรื่องการสูญเสียข้อมูลลูกค้าเมื่อพนักงานลาออกอีกต่อไป
การติดตามผลและการควบคุมการเข้าถึงอย่างมืออาชีพ: ผู้จัดการสามารถติดตามเนื้อหาข้อความ ควบคุมการละเมิด และกำหนดสิทธิ์การเข้าถึงตามบัญชีหรืองานเฉพาะ ซึ่งช่วยให้กระบวนการบริการลูกค้ามีความสม่ำเสมอและมืออาชีพ
การตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล: แทนที่จะพึ่งพาการติดตามผลหรือการแจ้งเตือนแบบอัตวิสัย ระบบรายงานหลายมิติเกี่ยวกับการโต้ตอบ เวลาในการตอบกลับ และ KPIs จะช่วยให้ผู้จัดการเห็นภาพที่แม่นยำของประสิทธิภาพทางธุรกิจ
ความปลอดภัยของข้อมูลอย่างครอบคลุม: โซลูชันนี้ปฏิบัติตามนโยบายความปลอดภัยอย่างเข้มงวดและสอดคล้องกับมาตรฐาน ISO 27001 เพื่อให้มั่นใจว่าข้อมูลบทสนทนาทั้งหมดได้รับการเข้ารหัสอย่างปลอดภัย
การบูรณาการกับผู้ช่วย AI ที่ชาญฉลาด: ZaloTeam อนุญาตให้ธุรกิจบูรณาการ AI Chatbot เพื่อตอบกลับลูกค้าโดยอัตโนมัติ 24/7 กรองคำสำคัญที่ห้ามใช้ และแจ้งเตือนผู้จัดการเกี่ยวกับบทสนทนาเชิงลบเพื่อการแทรกแซงอย่างทันท่วงที
ในยุคดิจิทัล ข้อมูลลูกค้าคือหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของธุรกิจ การนำ ZaloTeam มาใช้สามารถประหยัดเวลาในการติดตามผลได้สูงสุดถึง 90% พร้อมทั้งสร้างโครงสร้างการดำเนินงานที่ “ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และแม่นยำขึ้น”
ดูเพิ่มเติม: ธุรกิจ SME ควรสร้างหรือซื้อ AI Chatbot เพื่อสนับสนุนลูกค้า?
ระบบรายงานของ ZaloTeam: “ดวงตาและหู” สำหรับการจัดการแบบไม่ต้องลงมือ
รายงานผู้ติดต่อใหม่
รายงานผู้ติดต่อใหม่ช่วยให้ธุรกิจวัดอัตราการเติบโตแบบเรียลไทม์ของลูกค้าศักยภาพที่เข้ามาในบัญชี Zalo ได้อย่างแม่นยำ ข้อมูลนี้ให้พื้นฐานสำคัญสำหรับการประเมินประสิทธิภาพของแคมเปญการตลาดและความสามารถของทีมขายในการสร้าง Leads
ตัวชี้วัดหลัก:
จำนวนผู้ติดต่อทั้งหมด: บันทึกลูกค้าใหม่ทั้งหมดที่ส่งข้อความในช่วงวันนั้น
ลูกค้าที่ให้หมายเลขโทรศัพท์: ให้สถิติโดยละเอียดเกี่ยวกับจำนวนลูกค้าที่ให้ข้อมูลระบุตัวตนสำหรับการซิงค์กับระบบ ABMS CRM
ผู้จัดการสามารถใช้แถบเครื่องมือเพื่อกรองข้อมูลตาม Bot/Channel, Tag, ช่วงเวลา หรือ ช่วงวันที่ จากนั้นคลิก สร้างรายงาน เพื่ออัปเดตตัวเลขล่าสุด

ผู้ติดต่อใหม่
รายงานประสิทธิภาพของพนักงาน
รายงานประสิทธิภาพของพนักงานให้มุมมองหลายมิติเกี่ยวกับผลผลิตของพนักงานแต่ละคนโดยอิงจากปริมาณการโต้ตอบกับลูกค้าจริง
สัดส่วนตามบทสนทนา: ติดตามสัดส่วนและจำนวนลูกค้าที่ตัวแทนขายแต่ละคนดูแลโดยตรง (ตัวอย่างเช่น ตัวแทนขาย A ส่งข้อความถึงลูกค้า 2 คน ในขณะที่ตัวแทนขาย B ส่งข้อความถึงลูกค้า 3 คน)
สัดส่วนตามข้อความ: วัดปริมาณงานตามจำนวนข้อความที่พนักงานแต่ละคนส่ง (ตัวอย่างเช่น 94 ข้อความ, 100 ข้อความ, เป็นต้น)
รายละเอียดสถิติผู้ใช้: ให้ภาพรวมของจำนวนบัญชีที่ส่งข้อความถึงลูกค้าจำนวนเท่าใด และระบุแหล่งที่มาของแต่ละข้อความ ไม่ว่าจะเป็นการส่งจากแอป Portal ของระบบหรือจากแอปพลิเคชัน Zalo โดยตรง ช่วยให้ธุรกิจติดตามกระบวนการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประสิทธิภาพของตัวแทน
รายงาน Miss & SLA
รายงาน Miss & SLA ทำหน้าที่เป็น “ระบบเตือนภัยล่วงหน้า” ที่ช่วยให้ผู้จัดการติดตามเวลาการตอบกลับของลูกค้า และมั่นใจว่าไม่มีโอกาสทางธุรกิจใดถูกพลาดไป
การกำหนดค่า SLA
ฟีเจอร์นี้ช่วยให้ธุรกิจกำหนดเวลาตอบกลับมาตรฐานและชั่วโมงการทำงานได้ เพื่อให้ระบบสามารถบันทึกการละเมิดได้อย่างยุติธรรมและแม่นยำ
ช่วงเช้า / ช่วงบ่าย / ช่วงกลางคืน: ช่วยให้ธุรกิจกำหนดช่วงเวลาเฉพาะที่พนักงานขาย (Sales) ปฏิบัติหน้าที่ (เช่น 09:00 น. – 12:00 น.)
ระบบจะคำนวณการละเมิด SLA เฉพาะในช่วงเวลาที่กำหนดเหล่านี้เท่านั้น
เวลา SLA (นาที): กำหนดเวลาตอบกลับสูงสุดที่ยอมรับได้ก่อนที่ระบบจะบันทึกว่าเป็นการละเมิด (เช่น 15 นาที)
หากพนักงานขายไม่ตอบกลับภายในเวลานี้ ระบบจะจัดหมวดหมู่บทสนทนานั้นเป็น “เกิน SLA” (SLA Exceeded) โดยอัตโนมัติ

การกำหนดค่า SLA
สถานะการตอบกลับที่ต้องติดตาม:
ยังไม่ตอบกลับ (Unreplied): ติดตามข้อความที่ยังไม่ได้รับการตอบกลับภายในระยะเวลา SLA มาตรฐานที่กำหนด (เช่น ภายใน 15 นาทีแรก)
เกิน SLA (SLA Exceeded): บันทึกกรณีที่พนักงานขายไม่ได้ตอบกลับภายในขีดจำกัดเวลาที่กำหนด ตั้งแต่หลัง 15 นาทีไปจนถึงไม่ถึง 3 วัน
ค้าง (Stale): แจ้งเตือนผู้จัดการเกี่ยวกับบทสนทนาที่ไม่มีการเคลื่อนไหวมานานกว่า 3 วัน เพื่อให้สามารถเตือนพนักงานขายให้ติดตามลูกค้าเดิมได้อย่างทันท่วงที

Miss & SLA
รายงาน Status Funnel
ระบบ Funnel แสดงภาพเส้นทางของลูกค้า (customer journey) ตั้งแต่การติดต่อครั้งแรกจนถึงการขายที่สำเร็จหรือไม่สำเร็จ
การตั้งค่า Funnel:
กำหนด Funnel อัตโนมัติ (Auto assign funnel): เมื่อเปิดใช้งาน ระบบจะแสดงแถบสถานะ Funnel ภายในหน้าต่างแชทโดยอัตโนมัติเมื่อลูกค้าใหม่ส่งข้อความเข้ามา ช่วยให้พนักงานขายสามารถจำแนกลูกค้าได้ทันที
ประเภทขั้นตอน (Stage type): ช่วยให้ธุรกิจกำหนดขั้นตอน ชนะ (Win) ซึ่งหมายถึงการแปลงลูกค้าสำเร็จ และขั้นตอน แพ้ (Lost) ซึ่งหมายถึงผลลัพธ์ที่ไม่สำเร็จ ได้อย่างชัดเจน ทำให้ระบบสามารถคำนวณอัตรา ROI ได้อัตโนมัติ

การกำหนดค่า Funnel
การวิเคราะห์ Status Funnel
ผู้จัดการสามารถดูได้ว่าสถานะของลูกค้าใดมีจำนวนลูกค้า “ติดค้าง” มากที่สุด หากจำนวนลูกค้าในขั้นตอน “กำลังพิจารณา” สูง ธุรกิจจำเป็นต้องกระตุ้นให้พนักงานขายให้คำแนะนำและติดตามผลอย่างลึกซึ้งมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสีย Leads

Status funnel
ดูเพิ่มเติม: WORKGPT ZALOTEAM – การจัดการ Zalo ส่วนตัวระดับมืออาชีพสำหรับธุรกิจ
รายงาน By Tag
รายงาน By Tag ช่วยวิเคราะห์ลักษณะและความต้องการของลูกค้าโดยอาศัยคีย์เวิร์ดจำแนกประเภทที่พนักงานขายกำหนดไว้ระหว่างบทสนทนา
สถิติ Tag: ระบบจะรวบรวมจำนวนและเปอร์เซ็นต์ของ Tag โดยอัตโนมัติ เช่น “ศักยภาพ” (Potential), “ให้เบอร์โทรศัพท์แล้ว” (Phone Number Provided), “เชิงลบ” (Negative) และ “ปิดการขาย” (Closed) ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจลักษณะของกลุ่มลูกค้าได้ดีขึ้น
การปรับให้เหมาะสมกับแคมเปญ (Campaign optimization): จากปริมาณ Tag ผู้จัดการสามารถปรับสถานการณ์ให้คำปรึกษาของ AI assistant หรือจัดสรรทรัพยากรพนักงานขายไปยังกลุ่มลูกค้าสำคัญได้

ตามแท็ก
ข้อควรพิจารณาสำคัญในการใช้งาน ZaloTeam
เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดและ Citability (ความสามารถในการอ้างอิง) ของข้อมูลการบริหารจัดการที่ดีเยี่ยม ธุรกิจควรให้ความสำคัญกับสิ่งต่อไปนี้:
การทำให้ข้อมูลเป็นมาตรฐาน: กำหนดบทบาทของพนักงานและแท็กของลูกค้าให้ชัดเจน เพื่อให้มั่นใจในความแม่นยำสูงสุดของรายงาน
การซิงค์ข้อมูลกับ ABMS CRM: เชื่อมโยงข้อมูลบทสนทนากับระบบบริหารส่วนกลาง เพื่อเปลี่ยนข้อมูลให้เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลและสนับสนุนการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล
ความปลอดภัยอย่างครอบคลุม: มั่นใจว่าระบบเป็นไปตามมาตรฐาน ISO 27001 เพื่อปกป้องชื่อเสียงของแบรนด์และข้อมูลลูกค้า
การใช้ ZaloTeam และ AI Chatbot ช่วยให้ผู้บริหารสามารถติดตามผลการดำเนินงานของธุรกิจได้ทุกที่ทุกเวลา โดยไม่ต้องคอยติดตามสอบถามตลอดเวลา พร้อมทั้งสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่โปร่งใสและเป็นมืออาชีพ นี่คือขั้นตอนสำคัญสำหรับธุรกิจที่ต้องการการดำเนินงานแบบไม่ต้องยุ่งยากและรายได้ที่เพิ่มประสิทธิภาพในยุคดิจิทัล
ติดต่อ INNOCOM วันนี้เพื่อรับคำปรึกษาฟรีและทดลองใช้งานระบบรายงานของ ZaloTeam เพียงแค่ตั้งค่า 5 นาที!
